วันพฤหัสบดี, เมษายน 20, 2006

วินโดวส์ XP กับการย้าย ๆ ๆ

วันก่อนเครื่องเจ๊งครับ เกิดจากการที่ปิดสวิตช์ไฟโดยที่ไ่ม่ปิดเครื่องให้เรียบร้อยก่อน (จริง ๆ คือลืมน่ะครับกะจะรีเซ็ตเอดีเอสแอลสวิตช์ แต่ลืมไปว่าย้ายปลั๊กคอมพิวเตอร์มาที่เดียวกัน) แน่นอนครับวินโดวส์ติงต๊องมันจะต้องงอแงชัวร์ ๆ แต่คราวนี้มันหนักกว่าเดิมครับ ด้วยการรีสตาร์ทไปเรื่อย ๆ แล้วส่งสัญญาณ BSOD ออกมา

แน่นอนคงต้องลงวินโดวส์ใหม่ครับ เนื่องจากหมดศรัทธากับวินโดวส์ ๒๐๐๓ ราคาแพงที่ออกแบบมาสำหรับเซิร์ฟเวอร์แต่ดันแค่ไฟดับแล้วตายไม่ฟื้นเนี่ย เลยเปลี่ยนใจกะว่าจะลงเอกซ์พีรุ่นประชานิยมแทนไปเลย

ก็บูทด้วยแผ่นลงวินโดวส์ปกติ แน่นอนครับปัญหามันเกิดตอนที่ดันสังเกตปัญหาว่าเนื้อที่ไดรฟ์ซี (hda1) เหลือที่เต็ม 30GB เท่าขนาดของมัน และมันก็ถามว่าจะฟอร์แมตไหม ?

ซวยครับพี่น้อง แสดงว่ามันหาไดรฟ์เจอ แต่เข้าไปอ่านไฟล์ไม่ได้เลย เลยจัดการเ้ข้า Recovery Mode จากแผ่นวินโดวส์แผ่นนั้นแหละ ปรากฏว่าฮาร์ดดิสก์ตัวนั้นไม่สามารถเข้าถึงได้ !!!! (คือ dir ไม่ผ่านน่ะ)
เลยลองสั่งคำสั่งมาตรฐานกู้ชีพ
chkdsk มันไม่ยอมให้ทำครับ แต่สองอันหลังผ่านสบาย
เพื่อตรวจว่าฮาร์ดดิสก์มันเสียหรือไม่ เลยจัดการหา Spinrite มาจัดการครับ ปรากฏว่าผ่านตลอดครับ

เป็นที่อะไรล่ะทีนี้ MFT ไม่ก็ Boot แน่ ๆ เลย (ถ้าโชคร้ายคือกู้ไฟล์ได้แต่ไม่ได้ชื่อไฟล์ตามมาครับ อาจจะดูเหมือนไม่หนักหนานะ แต่หนักมากเลยครับ ไฟล์เป็นหมื่นที่ไม่มีชื่อมากองรวมกัน แล้วจะหาอะไรเจอ)

ลองบูตด้วย Knoppix Linux ครับเผื่อมันจะเจอ ปรากฏว่ามันเข้าไดรฟ์นั้นไม่ได้เหมือนกัน เฮ้อ...

ไปหาข้อมูลในพันธุ์ทิพย์ว่าเขาว่าไงกันบ้างเขาแนะนำมาสามสี่ตัวตามนี้ครับ
  • TESTDISK
  • Partition Table Doctor
  • Easy Recovery Pro
  • (Acronis Disk Director Suite & Recovery Expoert Deluxe - อันนี้ไม่ได้ลอง)
เลยมีความรู้ใหม่ว่านอกจาก Easy Recovery Pro ที่ใช้อยู่นี่ยังมีโปรแกรมอื่นอีก (TESTDISK ฟรีครับ OpenSource ด้วยมั้ง แถมยังใช้ cygwin อีก อิ ๆ นอกนั้นเสียตังค์ครับ)
  • เลยลอง TESTDISK ก่อนเลยครับ มันช้ามากเหมือนกันแล้วก็ใช้ยากด้วยครับ ที่สำคัญผมทำพลาดอะไรไม่รู้ทำให้นอกจากจะกู้ hda1 มาไม่ได้ดันทำฮาร์ดดิสก์พารติชันที่เหลือ (hda2,3,4) หายไปด้วยอีก
  • ด้วยความกลุ้มเลยลอง Partition Table Doctor ปรากฎว่ามันกู้ที่ผมทำหายมาได้ครับ แล้วก็เร็วด้วย (ทำงานคล้าย ๆ กับ TESTDISK เลยครับ) แต่มันบอกว่า hda1 ที่ผมต้องการกู้เนี่ย boot เสียครับ พอกดให้มันลองซ่อมปรากฏว่ามันซ่อมไม่ได้ครับ
  • เลยกลับมาลอง Easy Recovery Pro ครับ คราวนี้ลองโหมด Advanced Recovery ครับ ปรากฏว่ามันเจอไฟล์แฮะแล้วชื่อไฟล์ก็ไม่หายไปกับ MFT ด้วย รีบก็อปไฟล์สำคัญ ๆ ใส่ฮาร์ดดิสก์อีกตัวครับ แล้วก็ฟอร์แมตไปซะปรากฏว่ามันกลับมาใช้ได้
ลงวินโดวส์ใหม่แล้วโอนไฟล์คืน สงครามก็สิ้นสุด

แต่ที่บ่นมาตั้งยาวมันไม่ใช่หัวข้อครับ แค่เกริ่น
ผมมาสังเกตว่าในระบบวินโดวส์เนี่ย เวลาไดรฟ์ไหนตายมันมักจะเป็น....ไดรฟ์ซี ที่ ๆ โปรไฟล์เราอยู่ ไฟล์สำคัญเอยอะไรเอย ก็พลอยล้มหายตายจากไปกับไดรฟ์ด้วย

แล้วก็ดันมาคิดได้ว่ามันน่าจะย้าย ๆ ไปไว้ที่อื่นซะ ถ้าไดรฟ์ซีเสีย ไฟล์สำคัญเราก็จะได้ไม่หาย แล้วก็หาวิธีเจอครับ (เลียนแบบใน Linux ครับที่ผมมักจะเอา /home ซึ่งเป็นไดเรคทอรีของ user ไว้แยก Partition กับ / และ /boot เพื่อลดโอกาสการเสียพร้อม ๆ กัน)
  • ตอนแรกให้สร้างไดเรคทอรีใหม่ก่อน ที่ ๆ จะย้ายไปน่ะครับ เช่น D:\Documents and Settings\bpasu
  • จากนั้นก็แก้ regedit นิดหน่อย Hkey_local_machine/software/Micro$oft/Windows NT/CurrentVersion/ProfileList
  • หาโปรไฟล์ที่ใช้อยู่ให้เจอแล้วแก้ ProfileDirectory จาก %SystemDrive%\Documents and Settings\bpasu ให้เป็น D:\Documents and Settings\bpasu
  • เพิ่มชื่อผู้ใช้เพื่อเป็น dummy ไว้สักอันเพื่อที่เราจะย้ายไฟล์ได้ครับ (ถ้าใช้ bpasu) มันจะย้ายไม่ได้
  • ล็อกอินเข้า dummy แล้วก็ย้ายไฟล์ครับจาก C:\Documents and Settings\bpasu ไปยัง D:\Documents and Settings\bpasu

คร่าว ๆ ก็จบแล้วครับ อันไหนอ่านไม่เข้าใจ เปิดวิกิพิเดียได้ครับ หวังว่ามันจะไม่เสียเร็ว ๆ นี้อีกนะ ไม่งั้นคงต้องเคลมฮาร์ดดิสก์ Maxtor แล้วได้ Seagate มาแน่เลย

วันอังคาร, เมษายน 11, 2006

Ti ใจดีกำลังส่ง Buf634 ในตำนานมาให้

วันก่อน
Dear Pasu Boonvisut,

Thank you for recently requesting semiconductor device samples from Texas Instruments. This email confirms receipt of your request. The status of each device requested is indicated below:

Part Number Qty Status
BUF634TG3 5 5 items backordered, expected to ship on 4/25/2006

ในที่สุดมันก็มาซะที นึกว่ามันเบี้ยวซะแล้ว สงสัยพอมันผลิตของออกมามันก็ต้องขายให้ถึงเป้าก่อนล่ะ แล้วค่อยแจก แต่ว่า OpAmp ตัวสุดท้ายจะมาเดือนหก
OPA134PA 5 5 items backordered, expected to ship on 6/5/2006
หวังว่ามันจะยังมาอยู่นะ T_T จริง ๆ ไม่มีไอ้ตัวนี้ก็ไม่เป็นไรแหละ มีตัวอื่นแทน (OPA2227) แต่เค้าว่า OpAmp ตัวนี้เสียงคลาสสิกที่สุด

แล้วมันจะเสร็จเปล่าเนี่ย...

วันพฤหัสบดี, เมษายน 06, 2006

ล้างบล็อก

ไม่ได้เขียนนานชาติเศษเหมือนกันกับบล็อกอันนี้ (จริง ๆ ว่าจะให้เป็นบล็อกหลัก ๆ นะเนี่ย) เพราะมัวไปเขียนให้กับ GizzyGeek อยู่ พักหลังมีแต่คนไม่ว่างเขียนกัน มันก็เริ่มเฉา ๆ แล้วเนี่ย กอปรกับช่วงนี้ไม่มีข่าวอะไรให้หวือหวาเท่าไหร่ผมว่านะ

ที่บอกว่าล้างนี่จริง ๆ เนี่ย คือล้าง Unread Blog ที่ Bloglines Toolkit มันเตือนอยู่ทุกวันว่าสามร้อยกว่าอันแล้วอ่านสักทีสิ พอดีวันนี้วันจักรีก็เลยว่าง (ไม่ว่างหรอกจริง ๆ ) ล้างสักหน่อย

หลังจากที่เริ่มอ่านบล็อกเพื่อน ๆ ที่ไม่ได้เข้าไปนานมาก เนื่องจากส่วนใหญ่มาก ๆ ใช้ MSN Spaces (งงล่ะสิว่าเรื่องไม่ค่อยอยากเข้าไปอ่านมันเกี่ยวกับ MSN Spaces ได้ยัีงไง เดี๋ยวเฉลย) ก็พบว่าเพื่อนผมมีอยู่สามประเภท

  1. ไม่ได้ใช้ MSN Spaces ประเภทนี้ค่อนข้างน่าสรรเสริญมากครับ เพราะคนจะเข้าไปอ่านน้อยมาก ถ้าไม่ได้ใช้ Feed (ซึ่งวิงวอนอยากให้เพื่อนใช้กัน) ก็จะไม่รู้่ว่ามันอัปเดตครับ ต้องคอยเข้าไปคลิก ถ้าไม่ได้อัปเดตทุกวันเพื่อน ๆ ก็จะลืมแล้วก็เลิกอ่านไปในที่สุดครับ (เหมือนบล็อกผม)
  2. ใช้ MSN Spaces และ Bloglines แจ้งว่าอัปเดตสม่ำเสมอ แบ่งเป็นสามแบบครับ
    1. เขียนบล็อกใหม่ครับ ไม่ยึดติดกับของเก่า - เป็นจำนวนน้อยมากครับคนประเภทนี้
    2. ไม่ได้เขียนบล็อกใหม่ครับ แต่เข้าไปยุ่งกับพวก Gallery หรือเข้าไปอ่านบล็อกตัวเองในลักษณะ Owner (แล้วอาจจะกด OK หรืออะไรแถวนั้น) ครับ - พวกนี้มีปัญหากับผมมากครับคือมันจะเตือนว่าอัปเดต (ถ้าใน MSN Messenger ก็จะมีดาวเหลือง ๆ กระพริบแหละ) แต่เข้าไปก็จะเป็นเรื่องเดิม ๆ ทำให้เซ็งสุด ๆ (มักสังเกตได้ว่า Bloglines จะขึ้นบอกว่าอัปเดตเป็นจำนวนมาก)
    3. ประเภทผสมระหว่างข้อ 1 และ 2 คือเขียนบล็อกใหม่ด้วย แล้วก็เข้าไปอัปเดตบล็อกหรือ Gallery รูปเก่าด้วย(บางทีก็ไม่ได้อัปเดตหรอก เข้าไปเล่น ๆ บางทีมันก็ถือว่าอัปเดต) - ประเภทนี้คือปัญหาแบบสุด ๆ ครับ คือผมอยากอ่านบล็อกที่เขียนใหม่นะ แต่ผลลัพธ์จะเหมือนกับข้อสองคือ ไม่เข้าไปอ่านมันซะเลย (มันสังเกตได้เช่นกันว่า Bloglines จะเตือนว่าอัปเดตเป็นจำนวนมากเช่นกัน)
  3. ประเภทสุดท้ายคือบล็อกกูตายแล้ว - -_-"
จะเห็นว่าปัญหาของผมเกิดจากบล็อกของบุคคลประเภทที่ 2 โดยเฉพะ 2.2 และ 2.3 ซึ่งเกิดมาจาก MSN Spaces ไวต่อการอัปเดตของผู้ใช้มากเกินไป (แก้ไขได้ง่าย, ไม่มีการแยกระหว่างส่วนที่เขียนและส่วนที่แสดงผลอย่างชัดเจน[Blogger-Blogspot]) และนิสัยของตัวคนเขียนบล็อกเองที่มันจะเข้าไปอ่านไปดูข้อความหรือรูปภาพที่เคยโพสต์ไปก่อน

จริง ๆ วิธีแก้ไขของผมง่ายนิดเดียวคือใน Bloglines จะมีให้ปรับว่าให้แสดงบล็อกที่ถูกอัปเดตเป็นบล็อกที่ยังไม่ได้อ่านหรือเปล่า ก็แก้ซะให้เป็น IGNORE แน่นอนผลเสียที่ตามมาคือถ้าผู้เขียนบล็อกเกิดต้องการอัปเดตจริง ๆ เนี่ยเราจะพลาดไปแน่ ๆ

อย่างไรก็ตา่มตอนนี้ผมตั้งให้ Ignore สำหรับบล็อกที่อัปเดตจาก MSN Spaces (แสดงเฉพาะบล็อกที่เขียนใหม่จริง ๆ ) และแสดงบล็อกที่ถูกเขียนใหม่และ/หรือบล็อกที่ถูกอัปเดตจากบล็อกที่เขียนจากที่อื่นเช่น Blogger,...



ผมค่อนข้างทึ่งคนที่ประดิษฐ์บล็อกมากเพราะวิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้คนพยายามสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาในเน็ตอย่างง่าย ๆ สังเกตสิครับว่าเรามีคอนเทนต์ภาษาไทยมากขึ้นจากบล็อก

ทีนี้เว็บในยุคถัดไปจะเกิดคอนเทนต์จำนวนมากครับ กระจายกันอยู่หลาย ๆ ที่ถูกไหมครับ เพราะใคร ๆ ก็เขียนบล็อกกัน (จริง ๆ แล้วไม่จริงหรอกครับ แต่คนที่เขียนเว็บเพจเพื่อสร้างคอนเทนต์ในอินเตอร์เน็ตจะหันมาเขียนบล็อกกันเป็นส่วนใหญ่) ซึ่งมันก็อาจจะเหลือแค่บล็อก(ความคิดเดี่ยว) ฟอรัมหรือคอมมูนิตี และก็ประเภทเอนไซโคลพิเดีย(หลายความคิด) ก็ได้ ปัญหาคือเราจะไปตามอ่านบล็อกที่ต่างคนต่างเขียนกันได้ยังไง ?

ฟีดก็กำเนิดขึ้นมา (อ่านการเชิญชวนการใช้ฟีดได้ใน [ใช้ Bloglines กันเถิดครับพี่น้อง]) ลองคิดดูสิครับ ถ้าเพื่อนเรา เขียนโฮมเพจขึ้นมาทุกคนแล้วไม่มีฟีดเนี่ย เราจะต้องมี Bookmark(Favorites :P) เยอะขนาดไหน แล้วเราก็ต้องจิ้มมันไปทุกอัน-รอโหลด-แล้วดูว่ามันอัปเดตหรือเปล่า ชีวิตคงไม่ต้องทำอะไรแล้วล่ะครับ

เขียนยาวอีกแล้วไม่มีใครอ่านชัวร์ ;(